สินค้าใหม่

ชุดจานดาวเทียม ราคาพร้อมติดตั้ง

ชุดกล้องวงจรปิด ราคาพร้อมติดตั้ง

สินค้าอุปกรณ์ ราคาปลีก-ส่ง

อุปกรณ์ติดตั้งทีวีดิจิตอล

Members : 1697
Content : 741
Content View Hits : 8166104

ปรากฏการณ์ที่มีผลกระทบต่อการรับสัญญาณดาวเทียม

1. แรงโน้มถ่วง (Gravity)


ในขณะที่ดาวเทียมโคจรอยู่ในระนาบ วงโคจร (Orbital Plane) จะมีแรงดึงดูดจากโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์มากระทำต่อตัวดาวเทียม โดยทิศทางที่ดึงดูดจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามการโคจรของโลกดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ที่มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ทำให้ดาวเทียมมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่ละน้อย
เราจึกต้องมีการรักษาตำแหน่งดาวเทียมให้อยู่ในขอบเขตการโคจรที่กำหนด ซึ่งมีขนาดความกว้างด้านละ 0.1 องศา เพื่อรักษาขอบเขตพื้นที่การให้บริการของดาวเทียม (Footprint) โดยมีการปรับตำแหน่งเป็นช่วง ๆ ตลอดอายุของดาวเทียม

--------------------------------------------------------------------------------


2. พายุสุริยะ (Solar Flares)


คือพลังงานอันมหาศาลที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยออกมา ณ บริเวณที่มีความเข้มของสนามแม่เหล็กสูงบนดวงอาทิตย์พลังงานที่เกิดขึ้นนี้เทียบได้กับระเบิดขนาด 100 ล้านตัน หรือมีค่าเท่ากับการที่ภูเขาไฟระเบิดเ็นจำนวน 10 ล้านครั้ง โดยพลังงานที่ปล่อยออกมานั้นส่วนหนึ่งจะอยู่ในรูปของพลังงานแสงที่เรามองเห็น เราจึงสามารถสังเกตเห็นแสงที่มีความเข้มสูงบริเวณผิวหน้าของดวงอาทิตย์ในขณะที่เกิดพายุสุริยะ
พลังงานอีกส่วนหนึ่งจะอยู่ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น รังสีเอ็กส์, รังสีเอ็กส์, แกมม่า และรังสียูวี ซึ่งจะส่งออกมาพร้อมกับอนุภาคเล็ก ๆ พลังงานเหล่านี้จะลดน้อยลงมากเมื่อเข้ามาใกล้บรรยากาศของโลกซึ่งมีสนามแม่เหล็กโลกช่วยต้านไว้
แต่อาจมีผลกระทบต่อตัวดาวเทียม คือจะทำให้เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์เสื่อมคุณภาพมีผลให้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้น้อยลง ซึ่งผู้ผลิตดาวเทียมได้ออกแบบชดเชยการลดลงในส่วนนี้ เพื่อให้สามารถผลิตพลังงานมาใช้ได้เพียงพอตลอดอายุดาวเทียม
ผลกระทบอีกส่วนจะเกิดโดยรังสี UV จากพายุสุริระที่จะทำให้บรรยากาศชั้นบนสุดของโลกมีอุณภูมิสูงขึ้นจนเกิดการขยายตัวและผลักให้ตัวดาวเทียมต่ำลง ซึ่งกรณีนี้จะต้องมีการปรับตำแหน่งดาวเทียมกลับคืน
 


--------------------------------------------------------------------------------


3. ฝนดาวเตก (Leonids)
เกิดจากการที่ดาวหางเทมเบิล-ทัตเทิล (Cornet Temple- Tuttle) ซึ่งเ็นดาวหางคาบสั้นที่มีวงโคจรรอบละ 33 ปี ได้ผ่านเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด เมื่เดือนกุมภาพัฯธ์ 2541 ได้ทิ้งเศษฝุ่นซึ่งเ็็ป็นองค์ประกอบของดาวหางเป็นจำนวนมหาศาลไว้ โดยมีขนาดประมาณ 1 มม. ถึง 1 ซ.ม. ตามทางที่โคจรผ่าน
ทุกปีในช่วงกลางเดือนพฤษจิกายน โลกจะโคจรตัดกับวงโคจรของดาวหางนี้ ทำให้เกิดฝนดาวตกมากในช่วงดังกล่าว เมื่ออนุภาคดังกล่างเคลื่อนที่เข้าสู่บรรยากาศโลกจะมีการชนกับโมเลกุลมากมาย ทำให้เกิดแสงสีต่าง ๆ จากไอของอะตอมต่างชนิด เช่น โซเดียม ให้แสงสีส้ม-เหลือง อะตอมเหล็กให้แสงสีเหลืองอะตอมแมกนีเซียมให้แสงสีน้ำเงินเขียวเป็นต้น
ส่วนโอกาสที่ดาวเทียมจะได้รับความเสียหายเนื่องจากฝนดาวเตกวิ่งเข้ามาชน จึงต้องมีแต่น้อยมากคือในพื้นที่ 1 ตารางเมตร มีโอกาสที่จะถูกชนเพียง 0.007%
นอกจากนี้ เราสามารถลดโอกาสที่ถูกชนได้อีก อย่างเช่นดาวเทียมไทยคม 5 จะมีการหมุนแผงเซลล์ แสงอาทิตย์เพื่อหลบทิศทางการเคลื่อนที่ของฝนดาวตกเล็กน้อย
 


--------------------------------------------------------------------------------

 
4. สุริยคราส (Eclipse)
 

 

ขณะที่ดาวเทียมอยู่ในวงโคจรอุปกรณ์ต่าง ๆ ในดาวเทียมจะใช้พลังงานที่ผลิตได้จากเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cell) ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในการทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลาที่มีแสงจากดวงอาทิตย์ โลก แต่จะมีบางช่วงที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวเทียมโคจรมาอยู่ในตำแหน่งที่โลกมาบดบังแสงจากดวงอาทิตย์
ช่วงระยะเวลาดังกล่าว เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์บนดาวเทียมจะไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ดังนั้นเราจึงต้องมีแบตเตอรี่อยู่บนดาวเทียมที่จะทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าแทน และชาร์จแบตเตอรี่กลับคืนเมื่อดาวเทียมออกจากช่วงสุริยะคราสเพื่อรองรับการเกิดสุริยะคราสในวันต่อไป
การเกิดสุริยะคราสนั้นจะเกิดเป็นฤดู โดยฤดูแรกตอนต้นปีจะเริ่มในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ฤดูที่สองจะิเริ่มในช่วงปลายเดือนสิงหาคม แต่ละฤดูจะมีระยะเวลาประมาณ 45 วัน
ช่วงเวลาในการเกิดสุริยะคราสจะเริ่มจากน้อย ๆ ตอนต้นฤดู และมีระยะเวลานานขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั้งนานที่สุดในช่วงกลางฤดู หลังจากนั้นจะลงลงเรื่อย ๆ จนกระทั้งออกจากฤดูสุริยะคราส  โดยจะมีระยะเวลาที่นานที่สุดคือ 72 นาที  ดังนั้นในการออกแบบดาวเทียม จึงต้องออกแบบให้มีพลังงานสำรองจากแบตเตอรี่เพียงพอที่จะจ่ายให้ดาวเทียมในช่งงการเกิดสุริยะคราสที่ยาวนานที่สุดนี้
 


--------------------------------------------------------------------------------


5. ซัน เอาท์เทจ (Sun Outage)


คือ ปรากฎการณ์ที่เกิดจากดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับดาวเทียมและจานรับสัญญาณภาคพื้นดิน ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์ในขณะที่มีการใช้งานสื่อสารผ่านดาวเทียม ทำให้คุณภาพของสัญญาณที่ได้รับต่ำลงในช่วงเวลาดังกล่า่ว
ปรากฏการณ์ Sun Outage นี้ จะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และสามารถพยากรณ์การเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า จึงไม่ค่อยมีผลกระทบต่อผู้ใช้งานดาวเทียมมากเท่าใด (ตรวจสอบวันเวลาที่เกิด Sun Outage ของไทยคมได้ที่ http://www2.thaicom.net/sed/index.html)
Sun Outage จะเกิดขึ้นปีละ 2 ครั้ง (ช่วงเืดือนมีนาคม และกันยายน) ส่วนวันและเวลาที่เกิดขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดาวเทียม และจานรับสัญญาณภาคพื้นดิน